Skip to content


เทคนิคการถ่ายภาพแบบ พานอรามา (Panorama) ด้วยกล้อง DSLR

    panorama_06เป็นที่รู้กันดีว่า ภาพถ่ายมุมกว้างก็ต้องบันทึกโดยการใช้เลนส์ มุมกว้าง (Wide) ถึงกว้างพิเศษ (Ultra Wide) ยิ่งเลนส์มี ทางยาวโฟกัสที่สั้นลงเท่าไหร่ก็ยิ่งครอบคลุมพื้นที่ทางด้านข้าง ได้กว้างมากขึ้นเท่านั้น…
เลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างจึงมีความสำคัญ ต่อนักถ่ายภาพท่องเที่ยว ทิวทัศน์ หรือที่เรียก กันว่า Landscape แต่ยังมีภาพถ่ายมุมกว้าง อีกประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ใช้เลนส์มุมกว้างในการ บันทึกภาพแต่ให้ภาพที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ขวางได้เช่นกัน ซึ่งเราเรียกการบันทึกภาพ แบบนี้ว่า “พานอรามา (Panorama)”
    ข้อเสียอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพโดยใช้เลนส์มุมกว้าง (โดยเฉพาะมุมกว้างพิเศษ) ก็คือการทำให้แนวตั้งฉากของวัตถุบริเวณด้าน ข้างของภาพบิดเบี้ยวเป็นแนวสอบขึ้นหรือลง ตามองศาการก้มหรือเงยของกล้อง หรือเรียก อย่่างเป็นทางการว่า Distortion ซึ่งจะทำให้ วัตถุบางอย่างมีลักษณะผิดเพี้ยนไปจากความ เป็นจริง เช่น ส่วนที่เป็นอาคารหรือโครงสร้าง ทางสถาปัตยกรรม, ต้นไม้, เส้นขอบฟ้า ฯลฯ  
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีบุคคลอยู่ใน ตำแหน่งขอบภาพก็จะยิ่งเห็นชัดเจนถึงความ บิดเบี้ยวที่ผิดเพี้ยนดังกล่าว ซึ่งในบางกรณีก็ อาจเกิดการติติงได้ว่าทำให้วัตถุในภาพแลด ไม่มีความมั่นคง เพราะเส้นตั้งฉากกับแนวพื้น โลกต่างๆ จะเกิดอาการเอียงอย่างเห็นได้ชัด มากน้อยจะขึ้นอยู่กับความกว้างของเลนส์และ การก้ม-เงยของกล้องภาพแบบพานอรามาจะถูกบันทึกด้วย ระยะเลนส์มาตรฐานโดยการถ่ายภาพหลายๆ ภาพในระนาบเดียวที่ต่อเนื่องกัน แล้วนำมา เชื่อมต่อกันภายหลังในขั้นตอนของการทำงาน Process ภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์  ซึ่งด้วย คุณสมบัติของช่วงระยะเลนส์ มาตรฐานที่ไม่ทำให้เกิดอาการ ผิดเพี้ยนของเส้นตั้งฉาก (หรือ ถ้ามีก็น้อยมาก) จึงทำให้เรา สามารถแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไป ได้ อีกทั้งยังสามารถครอบคลุม พื้นที่ได้มากกว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับ จำนวนภาพในระนาบนั้นๆ ที่ ทำการบันทึกมา
      ซึ่งด้วย คุณสมบัติของช่วงระยะเลนส์ มาตรฐานที่ไม่ทำให้เกิดอาการ ผิดเพี้ยนของเส้นตั้งฉาก (หรือ ถ้ามีก็น้อยมาก) จึงทำให้เรา สามารถแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไป ได้ อีกทั้งยังสามารถครอบคลุม พื้นที่ได้มากกว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับ จำนวนภาพในระนาบนั้นๆ ที่ ทำการบันทึกมา

 panorama_31

      ตัวแบบไม่มีการเคลืื่อนที่เช่น ภูเขา ต้นไม้ สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ มากกว่านอกจากนี้หากสภาพแสงมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ก็จะทำให้แต่ละภาพมีปริมาณแสงที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลให้การต่อภาพในภายหลังยากลำบากมากขึ้น

วิธีการบันทึกภาพ พาาโนมา

ประกอบกล้องเข้ากับขาตั้งกล้อง เปลี่ยน โหมดบันทึกภาพมาเป็นโหมดกึ่งอัตโนมัติหรือ โหมด M (ห้ามใช้โหมดอัตโนมัติ) หากใช้ เลนส์ซูมมาตรฐานให้ปรับระยะไปใช้ที่ 50mm ปรับระบบโฟกัสของเลนส์และกล้องไปเป็น แบบปรับตั้งเอง (Manual) แล้วปรับโฟกัสให้ ถูกต้อง จากนั้นทำการวัดแสงให้มีค่าการเปิด รับแสงตามที่ต้องการ (ทำทุกอย่างเหมือนกับ การบันทึกภาพปกติ) ทดลองถ่ายภาพ 1 ภาพ หาก ถูกต้องตามต้องการแล้วก็ลองทดสอบ แนวการกวาดกล้องจากซ้ายไปขวา ดูว่าในช่วง

panorama_40panorama_53

     ตั้งแต่เริ่มไปจนสุดระยะทางซ้าย-ขวามีอุปสรรค อะไรในการบันทึกภาพหรือไม่? ควรตรวจสอบ ดูแนวเส้นขอบฟ้าหรือระนาบต่างๆ ที่จะใช้เป็น แนวยึดในการกวาดกล้องด้วย เริ่มถ่ายภาพแรกจากมุมซ้าย จากนั้น กวาดกล้องกลับมาทางด้านขวาโดยให้มีพื้นที่ ซ้อนทับกันเล็กน้อย (อย่าให้เป็นแนวต่อที่พอ ดี) บันทึกภาพแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสุด แนวอีกด้านที่ต้องการ   การปรับใช้โฟกัสแบบปรับตั้งเองก็เพื่อ คุมไม่ให้กล้องปรับโฟกัสไป-มาในระหว่างการ เปลี่ยนตำแหน่งมุมภาพ และการปรับมาใช้ โหมด M ก็เพื่อให้ค่าการเปิดรับแสงมีค่าเท่า กันทุกภาพ เพราะหากใช้โหมดอัตโนมัติจะทำ ให้ค่าแสงในแต่ละภาพแตกต่างกันออกไป

panorama02_01panorama_54

**คุณอาจจะไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องก็ได้หากมือนิ่งพอ โดยในระหว่างการบันทึกภาพ ให้เคลื่อนไหวบิดเฉพาะลำตัวท่อนบนจากส่วนเอวขึ้นไปเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก โซนี่ปรเทศไทย

  • Share/Bookmark

Posted in เคล็ดลับการถ่ายภาพ.

Tagged with , , , , , .